หลักการจดทะเบียนโดเมนเนม


สำหรับผู้ที่สนใจในการสร้างเว็บไซต์วันนี้ผู้เขียน ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจดโดเมนเนม เพื่อให้คนที่สนใจในการสร้างเว็บไซต์และยังไม่มีพื้นฐานเท่าไหร่ได้รู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม (Domain name) รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนม เพื่อสามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์ของตนได้ โดเมนเนมนั้น มีความสำคัญเปรียบเสมือนชื่อของเจ้าของสินค้า หรือชื่อบริษัท เนื่องจากในโลกออนไลน์ ลูกค้าจะไม่จดจำชื่อเจ้าของสินค้าหรือชื่อบริษัท แต่จะใช้โดเมนเนมในการเรียก และเข้าสู่หน้าเว็บไซต์นั่นเอง

แนวทางการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้

  1. ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจ และ keyword (คีย์เวิร์ดคือ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ เช่น ชื่อสินค้า) ตัวอย่างเช่น www.weddingthailand.net แสดงให้เห็นธุรกิจเกี่ยวกับงานแต่งงาน แม้ว่าจะยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการให้บริการด้านงานแต่งงาน หรืออาจจะเป็นให้บริการถ่ายรูปแต่งงาน แต่ก็อยู่ในธุรกิจนี้
  2. สร้าง Brand แสดงความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง
  3. จดจำง่าย ออกเสียงง่าย สะกดง่าย หากสามารถตั้งชื่อโดเมนเนมให้สั้นได้มากที่สุด จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม ชื่อโดเมนเนมที่ประกอบด้วยพยัญชนะภาษาอังกฤษ 2 หรือ 3 หรือ 4 ตัว และนามสกุล dot com ได้ถูกจดไปหมดเรียบร้อยแล้ว
  4. สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมออกเสียงทับศัพท์เป็นภาษาไทย ต้องระวังการเขียนให้ง่ายที่สุด เช่น
    www.sanook.com หรือ www.kapook.com หากไม่มั่นใจว่าลูกค้าจะสะกดถูกต้องจดโดเมนเนมไว้หลายแบบและนำเข้าสู่เว็บไซต์เดียวกัน เช่น www.baanbetalet.com , www.banbetalet.com (บ้านเบ็ดเตล็ด) เป็นต้น
  5. ไม่ copy เลียนแบบเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เช่น ไม่ตั้งชื่อโดเมนเนมว่า www.faecbook.com เพราะมีโอกาสโดนฟ้องร้องสูงมากเนื่องจากทำธุรกิจเดียวกับเว็บไซต์หลักคือ www.facebook.com นอกจากนั้น ภาพลักษณ์ของโดเมนเนมที่เลียนแบบยังขาดความน่าเชื่อถืออีกด้วย
  6. ชื่อโดเมนเนมไม่ยาวเกินไป หากจะใช้ชื่อยาวต้องจำง่าย เช่น www.OpenWorldSuperThailand.com เห็นได้ว่า ชื่อเว็บไซต์แม้จะยาวแต่ประกอบด้วยคำภาษาอังกฤษที่จำง่ายเช่น Thailand , Handmade ซึ่งประกอบกันแล้วทำให้ชื่อยาว แต่เข้าใจง่าย อย่างไรก็ตามการประกอบกันยาวเกินไปก็ยังไม่นับว่าเป็นชื่อที่ดีนัก เช่น www.TheBestFlowerHandmadeInThailand.com ก็นับว่ายาวเกินไปจะทำให้คนจำไม่ได้
  7. ระวังเรื่องสัญลักษณ์ต่างๆ ” – ” และการเติม S
    หากต้องการจดชื่อที่มี S หรือใช้สัญญลักษณ์ ” – ” ดังกล่าว ต้องพิจารณาว่า เว็บไซต์อื่นที่จดทะเบียนไปแล้วและไม่มีสัญญลักษณ์ทำธุรกิจเดียวกันกับเราหรือไม่ ถ้าใช่ มีโอกาสที่จะสร้างความสับสนแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ทางออกที่ดีก็คือ จดโดเมนเนมทั้งที่มีและไม่มี s ไว้ด้วย เช่น www.ReadyPlanet.com และ www.ReadyPlanets.com และให้เข้าสู่เว็บไซต์เดียวกัน
  8. ชื่อแสดงความน่าเชื่อถือ
    ลูกค้าเว็บไซต์โดยเฉพาะด้านธุรกิจ ย่อมต้องการความน่าเชื่อถือก่อนจะตัดสินใจทำธุรกรรมต่างๆด้วย ดังนั้นไม่ควรตั้งชื่อที่แสดงความเป็นเล่น ๆ ยกเว้นเป็นเว็บไซต์ content หรือ social ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่สบาย ๆ เช่น ระวังถ้าต้องการตั้งชื่อว่า www.BusinessKukKik.com (กุ๊กกิ๊ก) จะขัดกับภาพลักษณ์ที่ต้องการความจริงจังในการทำธุรกิจได้
  9. ตั้งชื่อที่ไม่มีความหมายก็ได้
    หากชื่อนั้นจดจำง่าย และเจ้าของเว็บไซต์มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ต่างประเทศที่ชื่อไม่มีความหมายแต่ประสบความสำเร็จมีมากมาย เช่น www.google.com , www.yahoo.com เป็นต้น
  Comments